วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

แนวโน้มของรูปแบบการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. โครงสร้างองค์กรหมายถึงอะไร?

- โครงสร้างองค์กร หมายถึง การจัดระบบในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้โดยการจัดสรรทรัพยากร การแบ่งหน้าที่ในแต่ละฝ่าย ซึ่งการจัดเป็นรูปต่างๆ กันเพื่อให้การบริหารงานบรรลุจุดมุ่งหมาย
2. องค์กรแบบมีชีวิตหมายถึงอะไร?
องค์กรแบบมีชีวิตจะเป็นลักษณะขององค์กรแบบสิ่งมีชีวิต (Organic Organization)ได้แก่
     2.1 โครงสร้างยืดหยุ่น (Flexible Structure) ไม่ติดยึดกับโครงสร้างที่ตายตัวแบบองค์การแบบเครื่องจักร มีการปรับโครงสร้างให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงาน               
     2.2 มีการกระจายอำนาจ (Decentralization) ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
     2.3 มีการทำงานเป็นทีม (Team Work) ร่วมมือกัน
     2.4 เน้นผลงานมากกว่ากฎระเบียบ (Performance –Oriented) กฎระเบียบจะกำหนดเท่าที่จำเป็นถือว่าเป็นเพียงเครื่องมือในการทำงาน
     2.5 การติดต่อสื่อแบบไม่เป็นทางการ (Informal Communication) สมาชิกติดต่อได้ทุกระดับโดยตรง ไม่ต้องผ่านโครงสร้างสายการบังคับบัญชา
3. กระบวนการจัดการแบบ 5s Model มีอะไรบ้าง จงอธิบาย?
กระบวนการจัดการจะเป็นในลักษณะองค์กร 5 S model
     กระบวนการจัดการองค์กร 5s หมายถึง การจัดระเบียบของการทำงานในลักษณะขององค์กรสมัยใหม่ที่มีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้นซึ่งประกอบด้วย Small, Smart, Smile, Simplify, Smooth ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
     1. Small คือ เป็นองค์การขนาดเล็ก แต่เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ
     2. Smart คือ ดูดี ดูเท่ห์ ดูน่าเชื่อถือ ใช้คำว่า ฉลาดเพียบพร้อมด้วยภูมิปัญญา การจะทำให้เท่ห์ต้องมีISO มีการประกันคุณภาพในระบบของ QA และกิจกรรมอื่นเช่น 5 . , TQA
     3. Smile คือ ยิ้มแย้มแจ่มใส เปี่ยมด้วยน้ำใจ ฉะนั้นคนในองค์การจะต้องทำงานอย่างมีความสุข ความสุขมีอยู่ 2 ฝ่าย
          - คนทำงานมีความสุข
         - ลูกค้าผู้รับการบริการ โดยเริ่มที่พนักงานก่อนแล้วออกแบบองค์การให้เป็นองค์การที่มีความสุข สนุกในงานที่ทามีความสุขยิ้มแย้มแจ่มใส ทำงานด้วยใจรัก รักงานอยากจะมาทำงาน
     4. Smooth คือ ไม่พูดเรื่องการขัดแย้ง จะพูดเรื่องการผนึกกำลังการทำงานเป็นทีมเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
     5. Simplify คือ ทำเรื่องสลับซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่ายหรือทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ทำเรื่องที่ไม่สะดวกให้สะอาด ทำเรื่องที่ช้าให้เร็วขึ้น
4. ลักษณะขององค์การแบบเครือข่าย (Network organization) หมายถึงอะไร?
- ลักษณะขององค์การแบบเครือข่าย (Network organization) หมายถึง
     1. ความยืดหยุ่น Flexible แต่ละองค์การที่มีความหลากหลายที่มารวมตัวกันบางครั้งมาจากหน่วยงานภายในองค์การเดียวกันที่มาเชื่อมโยงกันมาจากต่างองค์การ
     2. Assemble by brokers อาจมีตัวแทนหรือการoutsource
     3. Team –base ทำงานเป็นทีม
     4. Flat org. โครงสร้างเป็นแบบแนวราบเน้นการเจรจาประสานงานกันมากกว่าโครงสร้างสายการบังคับบัญชา
     5. ใช้ IT มาเชื่อมโยงเพื่อการประสานงานหรือรวมกลุ่มหรือประสานงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ
     6. ขอบเขตไม่ชัดเจน

5. แนวโน้มของการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคตมีอะไรบ้าง?
- แนวโน้มของการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต
     1. มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการจัดการและให้บริการมากขึ้น
     2. มีการจัดการแบบองค์กรสมัยใหม่
     3. ให้บริการในรูปแบบ ศูนย์ศึกษาบันเทิง กล่าวคือเป็น แหล่งการเรียนรู้ที่รวบรวมรวมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์และวิธีการที่หลากหลายแบบมาบูรณาการ โดยเป็นลักษณะแบบทั่วไปที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งประกอบด้วย การเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน ที่พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองและเป็นแหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน

นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษามีกี่ประเภทอะไรบ้าง
  - ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเทคโนโลยีการศึกษา แบ่งได้
 2 ประเภท คือ
         1.ระเบียบกฎหมายที่เป็นข้อกำหนดการปฏิบัติงาน
         2.ระเบียบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติมิให้ล่วงละเมิดการกระทำผิด
  
2. การนำภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์ อินเทอร์เน็ต มาประกอบการผลิตสื่อการสอน ต้องทาอย่างไรจึงจะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
 - ข้อควรพิจารณาที่เป็นลิขสิทธิ์
         1.หากภาพประกอบนั้นมีการถ่ายภาพมาโดยมีการสร้างสรรค์โดยใช้ความคิด ความพยายามในการจัดแสง มุมมองภาพที่แปลกหรือปรับแต่งภาพให้สื่อความหมายในรูปแบบต่าง ๆ แสดงว่าภาพนั้นเป็นภาพที่มีลิขสิทธิ์
         2.การนำภาพที่มีลิขสิทธิ์มาประกอบในการผลิตสื่อการสอน ต้องมีการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์
         3.การนำภาพที่มีลิขสิทธิ์จากสื่ออินเทอร์เน็ต หรือสื่ออื่น ๆ นั้นมาดัดแปลงตกแต่งใหม่ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับของเดิมแสดงว่า
         เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

3. การสำเนาโดยการถ่ายเอกสารจากหนังสือทั้งเล่ม เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่ เพราะเหตุใด
การสำเนาโดยการถ่ายเอกสารหนังสือทั้งเล่มนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะขัดต่อการได้รับประโยชน์จากงาน
อันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือเล่มนั้น
4. สัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร 
             เมื่อนำผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลงควรอ้างอิงแหล่งที่มาโดยไม่นำไปใช้เพื่อการค้าและยินยอมให้ผู้อื่นนำเนื้อหาไปใช้ต่อได้ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี้
                      

สัญญาอนุญาตด้านลิขสิทธิ์สากลครีเอทีฟคอมมอนส์Creative Commons
                  


     แสดงที่มา (Attribution: by) ต้องแสดงที่มา อ้างอิงถึง หรือยอมรับสิทธิของงานดังกล่าวตามรูปแบบที่ผู้สร้างสรรค์หรือผู้อนุญาตกำหนด
                  

ไม่ใช้เพื่อการค้า (Non-commercial: nc) ไม่ใช้งานนี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า
                   

       อนุญาตแบบเดียวกัน (Share Alike: sa) ถ้าหากดัดแปลง เปลี่ยนรูปหรือต่อเติมผลงานนี้คุณต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันหรือแบบที่เหมือนกัน หรือที่เข้ากันได้กับสัญญาอนุญาตที่ใช้กับผลงานนี้เท่านั้น

5. ให้นิสิตหาตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีการใช้สัญลักษณ์ สัญญาอนุญาตด้านลิขสิทธิ์สากลครีเอทีฟคอมมอนส์ มา 2 เว็บไซต์พร้อมอธิบายความหมาย                             
                               
สามารถใช้งานดังกล่าวได้โดยต้องแสดงที่มา เว้นแต่ไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการค้า และไม่ให้ดัดแปลงผลงานดังกล่าวด้วย

เมื่อนำผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลงควรอ้างอิงแหล่ง  ที่มา โดยไม่นำไปใช้เพื่อการค้าและยินยอมให้ผู้อื่นนำเนื้อหาไปใช้ต่อได้ด้วยสัญญาอนุญาตแบบเดียวกันนี

6. การกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ..2550 มีอะไรบ้าง จงอธิบาย
การกระทำความผิดตามมาตราต่างๆ ของ พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 มีดังนี้
             มาตรา 5 และ 6 แอบเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ & แอบรู้มาตรการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ (ขโมย Password)
             มาตรา 7 การแอบเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์
             มาตรา 8
 การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์
           
  มาตรา 9 การรบกวน/แอบแก้ไขข้อมูล
             มาตรา 10 การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์
             มาตรา 11 ปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลเพื่อรบกวนบุคคลอื่น

คุณลักษณะของผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. ผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึงบุคคลใด?


     -บุคคลที่ทำหน้าที่งานบริหารที่ดูแล ควบคุม สั่งการ แก้ปัญหา ให้งานในระดับปฏิบัติการดำเนินต่อไปให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้นๆ นั่นก็คือ ผู้อำนวยการ หัวหน้า หรืออื่น ๆ ที่สื่อความหมายถึงผู้นำศูนย์ฯนั้นๆ
2. คุณลักษณะของผู้จัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง?
1. ผู้กำหนดทิศทาง (Direction-setter) คือ ต้องมีความสามารถในการชี้ทิศทางในการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีไปบูรณาการในการให้บริการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ได้
2. ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change agent) คือ ต้องเป็นผู้ที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาและสร้างการยอมรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีไปใช้ในระบบการเรียนการสอน และสามารถลดการต่อต้านต่อการยอมรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้าไปมีบทบาทในการเรียนการสอนได้
3. โฆษก (Spokesperson)    คือ  มีความสามารถเผยแพร่วิสัยทัศน์ของตนสามารถเจรจาหรือต่อ รองกับผู้บริหารระดับต่างๆ หรือต่อองค์กร เพื่อพัฒนางานศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
4. ผู้ฝึกสอน (Coach)   คือ มีความสามารถในการสร้างทีมงานขึ้นมาเพื่อนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ และต้องรู้จักสอนให้คำปรึกษา สร้างความไว้วางใจให้อำนาจแก่ผู้ที่จะร่วมงาน5. วิทยากร (Trainer) คือ ต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ไปยังทีมงาน โดยมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ทั้งความรู้ เจตคติ และทักษะในการพัฒนาศูนย์ฯ ให้บรรลุเป้าหมาย
 
3. หลักการของผู้นำในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง?
1. ความรอบรู้แห่งตน (Personal mastery)  คือ จะต้องพัฒนาตนเอง เช่นเดียวกับต้องพัฒนาวิสัยทัศน์
2. แบบแผนการคิดอ่าน(Mental models)   คือ ต้องมีทักษะการคิดอย่างใคร่ครวญ (Reflection)
3. วิสัยทัศน์ร่วม (Shared vision)  คือ ต้องรู้จักการสานวิสัยทัศน์กับบุคคลอื่นๆ ในองค์กร เพื่อที่จะหาจุดร่วมที่ดีที่สุด  
4. การเรียนรู้เป็นทีม (Team learning) คือ ต้องรู้จักการสร้างการเรียนรู้เป็นทีมมีความสามารถในการคิดตีปัญหาหรือประเด็นในกระจ่างอีกทั้งภายในทีมต้องรู้จักประสานกันอย่างดี
5. การคิดอย่างเป็นระบบ(System thinking) คือ ต้องมีวิธีการคิดที่เห็นภาพระบบการศึกษาระบบการเรียนการสอนรวม ระบบการให้บริการสื่อไปถึงระบบสังคมโดยรวมเห็นทั้งหมดมีกรอบที่เห็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน

ประเภทและหลักการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้

1. ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการ เรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร 

เป็นประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์  ( สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง )  มีชื่อเรียกคือ  หนังสือพิมพ์รายวัน

2. ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว
1. ต้องสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น ๆ
2. เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ นำเสนอเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
3. เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์
4. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
5. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
6. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ราคาไม่แพงเกินไป
 7. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

3. การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง
การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มี 4 วิธี ได้แก่
1. สั่งซื้อโดยตรง : ในประเทศ / ต่างประเทศ
2. สั่งซื้อผ่านร้าน/ตัวแทนจำหน่าย : ในประเทศ / ต่างประเทศ     
3. เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
4. จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 10 การเขียนรายงานการดำเนินงาน Reporting

แบบฝึกหัดท้ายบท


การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

การรายงานผลนั้นเปรียบเสมือนการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อ ๆ ไป ตัวอย่างเช่น รายงานผลการดำเนินงานการจัดซื้อวัสดุต่างๆ ในหน่วยงาน เราจะทำจัดรายงานผลการดำเนินงานเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น รายละเอียดการจัดซื้อวัสดุ รายละเอียดการประมูล เพื่อทำให้ทราบถึงที่มาของรายละเอียดที่จะจัดซื้อและงบประมาณที่จะใช้ เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การประสานงาน CO-ORDINATION

แบบฝึกหัด

1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง
1) การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม (Simplified Organization) ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้การจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง
ก. การแบ่งแผนกซึ่งช่วยในการประสานงาน กล่าวคือ การจัดแผนกต่าง ๆ บางแผนกมีความจาเป็นต้องประสานกันควรอยู่ใกล้ชิดกันเนื่องจากการติดต่ออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้ที่ทางานอันเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น
ข. การแบ่งตามหน้าที่
ค. การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
2) การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน (Harmonized Program and Policies)
3) การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well –Designed Methods of Communication) เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวละเอียด ได้แก่
ก. แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)
ข. รายงานเป็นหนังสือ (Written report)
ค. เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน เช่น ระบบการติดต่อภายในโรงพิมพ์ เป็นต้น
4) มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Aids to Voluntary Coordination)การประสานงานส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือโดยสมัครใจของบุคลากรในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

5) การประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision) หัวหน้างานมีหน้าที่จะต้องคอยเฝ้าดูการดาเนินปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและจะต้องใช้วิธีประเมินผลการปฏิบัติงานทุกระยะจะได้ทราบข้อบกพร่องหาทางแก้ไขให้การปฏิบัติงานถูกต้องยิ่งขึ้น

2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง
1) จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2) การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
3) การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
4) การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทาหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
5) การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
6) การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
7) การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
1) การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทาให้การติดต่อประสานงานที่ควรดาเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
2) การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
3) การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบ วัตถุประสงค์และวิธีการในการทางาน
4) การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
5) การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทาให้การทำงานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
6) การขาดการนิเทศงานที่ดี
7) ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
8) การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
9) ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
10) การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
11) ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
12) เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน เนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การบริหารงานบุคคลประจำศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

แบบทดสอบท้ายบท

1. อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
-  ประเมินค่าวัสดุอุปกรณ์ เพื่อจัดซื้อแต่ชนิดที่มีประสิทธิภาพและตรงกับจุดมุ่งหมายที่จะใช้ มีความทนทาน น้ำหนักเบา ซ่อมงานเมื่อชารุด และทันสมัย 
-  ผลิตวัสดุอุปกรณ์การสอนตามความต้องการของผู้สอนในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาซื้อได้ 
-  จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสาหรับแจกจ่ายให้ยืม 
-  จัดทาแคตตาล็อกวัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งให้คาปรึกษาแนะนาแก่ผู้ขอรับบริการในการเลือกหรือยืมได้อย่างเหมาะสมกับกิจกรรม 
-  จัดระบบการยืมและจองวัสดุอุปกรณ์ให้มีความสะดวกและรวดเร็ว 
-  ตรวจเช็ควัสดุและเครื่องมือต่างๆให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอควรทาการตรวจสภาพเครื่องมือภายหลังการใช้งานทุกครั้ง รวมทั้งการทาความสะอาด และซ่อมแซมถ้ามีสิ่งบกพร่องเกิดขึ้น 
-  ให้ข้อสารสนเทศต่างๆ เกี่ยวกับวัสดุการศึกษา อาทิ เช่น จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่การบริการต่างๆ ตลอดจนให้การอบรม การบรรยาย แนะนา อุปกรณ์การสอนใหม่ๆ 

o  สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์การสาธารณะ สมาคมหรือสถาบันสังคมอื่นๆ ในการยืมอุปกรณ์หรือการจัดฝึกอบรม ให้คาแนะนาหรือร่วมมือกับสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ในการจัดอบรมหรือเผยแพร่ข่าวสารวิทยาการต่างๆ 

2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
-  ด้านบริหาร โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทำการจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทำงบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงาน เพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
-  ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่นาโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย
-  ด้านการผลิตสื่อ ทำหน้าที่ในการออกแบบและผลิตสื่อการเรียนการสอน
-  ด้านวิชาการ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการศึกษาค้นคว้า พัฒนาและเผยแพร่ผลงาน
-  ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสำคัญในการจัดหาสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเนื้อหาแต่ละวิชา
-  ด้านกิจกรรมอื่นๆ

3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้        
1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (Media Specialists) หรือบางที่อาจเรียกว่านักวิชาการการโสตทัศนศึกษาก็ได้
2. บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ
3. บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้        ทำหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา
ขั้นตอนที่ 2 การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทากิจกรรม เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
ขั้นตอนที่ 3 การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดยนาข้อมูลที่ได้ไปดาเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ
ขั้นตอนที่ 4 เป็นขั้นการจัดหา โดยนาข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทาเป็นโครงการสั้นๆ หรือโครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป

5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง
วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการมีหลักเกณฑ์สำคัญ ดังต่อไปนี้
1. ความคงทน (Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย
2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
3. ความกะทัดรัด (Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
4. คุณภาพของเครื่อง (Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
6. ความปลอดภัย (Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาละซ่อมแซม (Ease of Maintenance and Repair)เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลาบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชารุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย
8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น
9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต (Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจานวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทาให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สารองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว